ไมโครพลาสติกอยู่รอบตัวเรา ในอากาศ อาหาร ถึงครรภ์มารดา
แม้จะยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน ว่า ไมโครพลาสติกจะส่งผลกระทบต่อร่างกายของมนุษย์แค่ไหน อย่างไรบ้าง แต่ขอบเขตพื้นที่ที่พบไมโครพลาสติกปนเปื้อนซึ่งขยายออกไป ทำให้กล่าวได้ว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ส่วนใดของโลกก็ยากที่จะหลบเลี่ยงไมโครพลาสติกได้พ้น
.
นอกเหนือจากที่เราทราบแล้วว่า ขยะพลาสติกที่สลายตัวกลายเป็นไมโครพลาสติกปนเปื้อนห่วงโซ่อาหารได้ การปนเปื้อนนั้นลุกลามไปถึงในอาหารที่เรากินแต่ละมื้อที่เรากิน น้ำดื่ม และแม้กระทั่งอากาศที่หายใจ
.
ย้อนกลับไปในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2562 งานวิจัยจากสมาคมนักเคมีสหรัฐอเมริกา (American Chemical Society) ระบุว่าใน แต่ละปี คนอเมริกันอาจจะเผลอกินไมโครพลาสติกเข้าไปโดยไม่รู้ตัวกว่า 70,000 ชิ้นต่อปี หรือวันละประมาณ 200 ชิ้น โดยไมโครพลาสติกดังกล่าวปนเปื้อนอยู่ในขั้นตอนหรือวงจรการผลิตอาหาร ตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมไมโครพลาสติกที่หายใจเข้าไปหรือเจือปนอยู่ในน้ำดื่ม
.
ไม่กี่เดือนต่อมา ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562 นักวิจัยจาก EcoLab ของ วิทยาลัยเกษตรกรรมและวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (School of Agricultural and Life Sciences)ประเทศฝรั่งเศส ออกมาระบุเช่นกัน ว่า จากการตรวจสอบน้ำฝนที่ตกลงมาในหลายพื้นที่ ทั้งจากในแหล่งชุมชนและพื้่นที่ห่างไกลปราศจากผู้คน ทุกแห่ง พบไมโครพลาสติกประมาณ 365 ชิ้นต่อตารางเมตร จนทำให้พวกเขาสรุปว่า ไมโครพลาสติกกำลังกลายเป็นมลภาวะในชั้นบรรยากาศชนิดใหม่ที่สามารถพบได้จากทุกที่
.
สอดคล้องกับงานวิจัยของ นักวิทยาศาสตร์จาก Tomsk State University ของรัสเซีย ที่ออกมาระบุเมื่อไม่นานมานี้ หรือ ในวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2564 ได้มีการเก็บตัวอย่างหิมะจาก 20 จุดในไซบีเรีย ตั้งแต่เทือกเขา Altai ไปจนถึงอาร์กติก เมื่อนำตัวอย่างหิมะมาตรวจสอบ พบว่าทุกแห่ง ซึ่งส่วนใหญ่แทบไม่มีผู้คนหรือกระทั่งสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่มีการปนเปื้อนไมโครพลาสติก การค้นพบดังกล่าวทำให้พวกเขาได้ข้อสรุปว่า ทุกพื้นที่ของโลก ตั้งแต่ยอดเขาเอเวอเรสต์ ไปจนถึงจุดที่ลึกที่สุดของมหาสมุทร ไม่มีที่ไหนรอดพ้นจากการปนเปื้อนไมโครพลาสติก
.
ไม่เพียงแต่การค้นพบดังกล่าวเท่านั้นที่ทำให้ไมโครพลาสติกกลายเป็นจุดสนใจสำหรับนักวิทยาศาสตร์ งานวิจัยล่าสุดของ มหาวิทยาลัย Rutgers สหรัฐอเมริกา ซึ่งเผยแพร่ในเว็บไซด์ของ The Guardian เมื่อวันที่ 18 มี.ค. พ.ศ.2564 ที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่า จากการทดลองในหนู พบว่า ไมโครพลาสติกสามารถส่งผ่านอวัยวะสำคัญจากแม่หนูสู่ลูกหนูได้อย่างรวดเร็ว หรือเดินทางผ่านจากรกในครรภ์ของแม่สู่ทารกในเวลาเพียง 90 นาที การทดลองดังกล่าวนับเป็นการศึกษาในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีชีวิตครั้งแรก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ หรือช่วง ธ.ค. พ.ศ.2563 The Guardian ได้เคยเผยแพร่ผลการวิจัยที่พบไมโครพลาสติกในรกของทารกที่ยังอยู่ภายในครรภ์ของมารดาของมนุษย์ และเคยสันนิษฐานว่าไมโครพลาสติกอาจจะมีขนาดเล็กพอที่จะนำเข้าสู่กระแสเลือดจากแม่เด็กสู่ทารกได้
.
.
แหล่งที่มา
