นกแก้วโม่ง นกประจำถิ่น เป็นนกแก้วที่มีขนาดใหญ่สุดในไทย สัตว์ป่าคุ้มครอง ที่พบค่อนข้างน้อยและหายาก
นกแก้วโม่ง Alexandrine Parakeet มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Psittacula eupatria ชื่อชนิดเป็นคำที่มาจากรากศัพท์ภาษากรีก คือ eu แปลว่า ดี และ patri,-a,-o แปลว่า บ้านเกิดเมืองนอน หรือถิ่นที่อยู่อาศัย ความหมายก็คือ “อยู่ในถิ่นที่อยู่อาศัยที่ดีหรือบริเวณป่าที่สมบูรณ์”
หรืออาจมาจากคำว่า eupatereia ซึ่งแปลว่าลูกสาวขุนนาง เป็นชนิดที่พบครั้งแรกที่ประเทศอินเดีย ทั่วโลกมีนกแก้วโม่ง 5 ชนิดย่อย ประเทศไทยพบชนิดย่อยเดียว คือ Psittacula eupatria siamensis (Boden Kloss) ชื่อชนิดย่อยเป็นคำที่ดัดแปลงมาจากชื่อสถานที่คือ ประเทศไทย ซึ่งพบชนิดย่อยนี้เป็นครั้งแรกที่สถานีรถไฟลาดบัวขาว จ.นครราชสีมานกแก้วโม่งมีถิ่นกำเนิดในอินเดีย เกาะอันดามัน และ Seychelles ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบในพม่า ไทย กัมพูชา เวียดนาม และลาว
นกแก้วโม่งเป็นนกขนาดกลาง (50-51 ซม.) เป็นนกแก้วที่ขนหางคู่กลางยาวมาก ตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมียเป็นนกแก้วที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปากงุ้มมีสีแดง บริเวณไหล่มีแถบสีแดงพาด ขาและนิ้วสีเหลือง ตัวผู้ร่างกายสีเขียว บริเวณคอหอยมีสีดำ มีลายแถบรอบคอสีแดง
ตัวเมียลักษณะคล้ายตัวผู้ แต่บริเวณคอหอยมีสีเขียว ไม่มีลายแถบรอบคอสีแดงแต่อย่างใด ตัวไม่เต็มวัยลักษณะคล้ายกับตัวเมียแต่สีสันจะทึมกว่ามีลายพาดที่ไหล่สีไม่แดงเข้มมากนักเช่นเดียวกันกับสีของปาก
สถานภาพ นกแก้วโม่งเป็นนกประจำถิ่นของไทย พบทั่วทุกภาค ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันหาได้ยากและปริมาณค่อนข้างน้อย ตามกฎหมายนกแก้วโม่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.thaiwildlife.info/wildlife.php?Act=View&ID=0186
เอกสารอ้างอิง : หนังสือชุด นกในเมืองไทยเล่ม 2
#รู้จากข่าว...เผยแนวทางการจัดการดูแลนกแก้วโม่งวัดสวนใหญ่ จ.นนทบุรี เน้นอนุรักษ์ต้นยางในวัดที่เป็นแหล่งอาศัย พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนเป็นสำคัญ

